ความเป็นมา


รศ.นพ. ณรงค์ ขันตีแก้ว
ผู้อำนวยการโครงการ CASCAP

โรคมะเร็งท่อน้ำดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความชุกสูงมากที่สุดในประเทศ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ได้รับการบันทึกว่าเป็นแหล่งที่พบผู้ป่วยโรคของมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุดในโลก และยิ่งน่าใจหายอย่างยิ่งที่สถิติเดียวกันยังระบุยอดผู้เสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดีสูงถึง กว่า 50 คนต่อวัน กระทรวงสาธารณสุขในปี 2557 ประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดีจำนวนทั้งสิ้น 14,000 รายและมีผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีจำนวนทั้งสิ้น 6,000,000 คนทั่วประเทศซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่อยู่ในแหล่งระบาดของพยาธิใบไม้ตับที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งท่อน้ำดี

โครงการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma Screening and Care Program) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า โครงการ CASCAP จึงได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยการสนับสนุนให้เป็นหนึ่งในโครงการเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2556 โดยมีกิจกรรมหลักคือ “วาระอีสานต้านภัยมะเร็งท่อน้ำดีกับมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีสัญจร” ทำการตรวจคัดกรองชาวอีสานที่เป็นกลุ่มเสี่ยงด้วยวิธีอัลตร้าซาวด์ช่องท้องเพื่อหาผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีระยะเริ่มต้น โดยได้ความร่วมมือกับบุคลากรสาธารณสุขหลายฝ่ายตั้งแต่ระดับ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โรงพยาบาลประจำตำบล (รพ.สต.) โรงพยาบาลอำเภอ โรงพยาบาลประจำจังหวัด ศูนย์มะเร็งจังหวัดอุดรธานี ศูนย์มะเร็งจังหวัดอุบลราชธานี โรงพยาบาลเอกชนบางแห่ง และโรงพยาบาลศรีนครินทร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น กิจกรรมนี้ได้ถูกจัดมาถึงปัจจุบันกว่า 50 ครั้งแล้ว ข้อมูลการคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีของประชากรชาวอีสานที่เข้าร่วมโครงการกับ CASCAP ได้ถูกบันทึกลงในฐานข้อมูล Isan Cohort (เดิมใช้ชื่อว่า CASCAP Tools)

เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งว่าโครงการ CASCAP ดำเนินกิจกรรมมาต่อเนื่องยาวนานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของทีมแพทย์ พยาบาล นักวิจัย และบุคลากรสาธารณสุข จนภาครัฐและภาคเอกชนได้ให้ความสนใจที่จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะมูลนิธิสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ทำโครงการ “สร้างสุกในสังคม” เป็นโครงการรณรงค์เพื่อแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างยั่งยืน ซึ่งเบื้องต้นได้บริจาคเครื่องอัลตราซาวด์ให้กับโครงการ CASCAP มหาวิทยาลัยขอนแก่นจำนวนกว่า 40 เครื่อง เพื่อใช้ในการดำเนินงานตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดี และยังได้จัดรายการรณรงค์ร่วมกับ CASCAP ภายใต้กิจกรรมที่ชื่อว่า “วาระแห่งชาติขจัดพยาธิใบไม้ตับต้านภัยมะเร็งท่อน้ำดี กับ มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีสัญจร ครั้งที่ 50 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ ครบ 70 ปี ในปี 2559 พร้อมทั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถจะทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา”

จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 8 ปี แล้ว ในที่สุดโครงการ CASCAP ก็สามารถผลักดันให้การแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีเป็น “วาระแห่งชาติ” ได้ และคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบกับแผน “ยุทธศาสตร์ทศวรรษการแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี” เมื่อ 21 มิถุนายน 2559 จะทำให้การแก้ไขปัญหานี้ถูกยกระดับความสำคัญจากวาระอีสานเป็นงานระดับชาติและมีความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม มีการกำหนดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีงบประมาณให้สามารถทำงานได้ โดยที่มีเป้าหมายว่าจะต้องลดการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขอีกต่อไป โครงการ CASCAP ได้ขยายฐานประชากรที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งท่อน้ำดีไปยังภาคเหนืออีก 6 จังหวัดและภาคตะวันออกอีก 1 จังหวัด (จ.สระแก้ว) ซึ่งเป็นพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีอุบัติการณ์การระบาดของโรคพยาธิใบไม้ตับ โครงการ CASCAP มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นโครงการตัวอย่างที่ทำให้บุคลากรมหาวิทยาลัยขอนแก่น จากหลากหลายคณะวิชา ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายที่อยู่ภายนอกมหาวิทยาลัยได้อย่างหลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีที่ร่วมโครงการวาระอีสานฯ กับ CASCAP มาโดยตลอด และสมาชิกสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่ร่วมกันผลักดันการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีให้เป็นนโยบายสาธารณะจนสำเร็จ มาทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องเดียวกันให้กับสังคม ตอบโจทย์การทำงานของนักวิชาการและนักวิจัยว่า…ทำไปแล้ว สังคมได้อะไร

นับว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นประสบความสำเร็จในการทำงานวิจัยที่ทำมาอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพจนสามารถนำงานวิจัยเหล่านั้นมาทำเป็นโครงการเพื่อรักษาประโยชน์ให้กับประชาชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างยั่งยืน และอาจเกิดการขยายขอบข่ายการทำงานไปสู่สังคมระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้อย่างเต็มศักยภาพอันอนาคตอันใกล้

 

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. สร้างเครือข่ายคัดกรอง เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี
  2. Isan Cohort ฐานข้อมูลกลุ่มเสี่ยง
  3. การพัฒนาอาหารปลาปลอดพยาธิ
  4. การตรวจวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ตับในประชากรกลุ่มเสี่ยง
  5. การตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงด้วย ultrasound
  6. การอบรมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์